หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินกับประโยคที่ว่า “ สุขภาพดีไม่มีขายถ้าอยากได้ต้องดูแลตัวเอง” น่าจะเป็นประโยคที่เราได้ยินกันบ่อยๆ แต่ก็เป็นจริงตามประโยคเลยครับเพราะร่างกายของเราถ้าเราไม่ดูแลให้ดีๆ ก็จะเกิดความเสื่อมและมีผลเสียตามมามากมาย ยกตัวอย่างเรื่องของกระดูกที่หลายๆ คนก็พูดกันว่าถ้าอายุ 30 แล้วร่ายกาจะไม่มีแคลเซียมและจะทำให้กระดูกไม่แข็งแรง วันนี้เราจะพามาไขข้อสงสัยเรื่องนี้และพาไปรู้จักกับ
ประโยชน์ของแคลเซียมกันครับ จริงๆ แล้วกระดูกของเราไม่ได้หยุดการเจริญเติบโตแค่ในช่วงวัยรุ่น แม้ว่าขนาดของกระดูกจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ “มวลกระดูก” จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามตัวเลขอายุของเราและกระดูกจะมีมวลสูงสุด เมื่ออายุ 25-30 ปี และคงที่ไปจนถึงอายุประมาณ 40 ปี หลังจากนั้นมวลกระดูกจึงค่อยๆ ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยประมาณ 0.3-0.5% ต่อปีนั่นเอง
ประโยชน์ของแคลเซียมที่หลายคนต้องรู้ 1. แคลเซียม แร่ธาตุสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดในร่างกาย ซึ่ง 98% ของแคลเซียมอยู่ในกระดูกและฟัน
2. มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้าง รักษาความแข็งแรง และคงรูปร่างของกระดูก
3. เป็นตัวส่งสัญญาณไปยังเซลล์ และเนื้อเยื่อ เพื่อให้เกิดการหด หรือขยายของหลอดเลือด กล้ามเนื้อ
4. ช่วยเรื่องการเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือดเมื่อมีบาดแผล
5. ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด
ประโยชน์ของแคลเซียมนั้นมีมากมายแล้วเราควรเริ่มกินแคลเซียมตอนไหน ? 1. ช่วงอายุตั้งแต่ 1 - 30 ปี ร่างกายของเราต้องการแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม เพราะร่างกายยังสามารถดูดซึมแคลเซียมและเก็บสะสมไว้ได้ดีอยู่
2. เมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป ร่างกายต้องการแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม ร่างกายในวัยนี้หยุดเก็บแคลเซียมแล้ว ดังนั้นเราต้องเติมแคลเซียมให้กับร่างกายอยู่ตลอดห้ามขาด
3. เมื่ออายุ 50 ปี (วัยทอง) ต้องการแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม
4. เมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไปและคุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องการแคลเซียมวันละ 1,200 มิลลิกรัม
เมื่อเราทราบถึง
ประโยชน์ของแคลเซียมแล้วว่ามีส่วนสำคัญที่ช่วยในเรื่องของกระดูกมากแค่ไหน เราก็ต้องทานแคลเซียมให้เพียงพอกับร่างกายที่เราต้องได้รับในแต่ละวัน ก็จะตรงกับประโยคที่เราคุ้นเคยที่บอกว่า “เพราะสุขภาพดีไม่มีขายถ้าอยากได้ต้องดูแลตัวเอง”